ReadyPlanet.com
หัวหน้างาน กับ สไตล์ผู้นำ article

การเป็นหัวหน้างานนั้น ในอดีตพิจารณาความเก่งเป็น

อันดับแรก อย่างอื่นค่อยว่ากัน  แต่ในปัจจุบันและอนาคต คนที่จะ

เป็นหัวหน้าคนได้นั้น ต้องมีความสมดุลในการบริหารงานมีการ

บูรณาการทักษะต่างๆ จึงต้องเป็นคนที่ดีด้วยและเห็นคนอื่นดีด้วย

ขยันด้วย เลยเป็นที่มาของ 4 styles ดังนี้ครับ

 

                                     

 

1.       Styles ผู้นำ ผมได้แนวคิดที่ดีมากจากอาจารย์สุขุม นวลสกุล

 มีเนื้อหาโดยสังเขปว่าหัวหน้างานต้องเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ โดยให้ความหมายว่าผู้หลัก คือ

มีความมั่นคงเป็นที่พึ่ง ทีปรึกษายุติธรรม เป็นตัวอย่างที่ดี อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่น

ปลอดภัย ไร้กังวล ผู้ใหญ่ คือมีวัยวุฒิ วุฒิภาวะต่างๆ ในปัจจุบันรวมถึงคุณวุฒิต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่

คนเป็นหัวหน้างานเป็นผู้ใหญ่ทุกคน แต่ขาดความเป็นผู้หลักมากขึ้น จึงนับเป็นปัญหาในการ

บริหารงานจึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องเร่งพัฒนาความเป็น ผู้หลัก ในหัวหน้างานทุก

ระดับมากยิ่งขึ้น โดยจะขอเล่าเทคนิคที่เป็นธรรมชาติง่ายๆ นำไปปฏิบัติได้เลย

มี vision แบบคิดนอกกรอบ  หัวหน้างานต้องอ่าน ฟัง ข่าวสารทางเศรษฐกิจทั้งที่เกี่ยว

กับธุรกิจของท่านและที่เชื่อมโยงได้ ทำให้เป็นนิสัย ในการฟังหรืออ่าน  ให้ฝึกคิดวิเคราะห์ไป

พร้อมๆ กัน ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับใคร แต่ให้หัดฟัง หัดอ่าน เพื่อแยกแยะสิ่งที่เห็นด้วย หรือ

ไม่เห็นด้วย เพราะอะไร น่าจะเติมอะไร ถ้าท่านทำไปเรื่อยๆ สัก 1 เดือนท่านจะเริ่มเป็นผู้ที่

สามารถสร้าง    และประสานเหตุผล ต่างๆ โดยไม่ต้องคำนึงหลักวิชาการ ให้คิดเป็นธรรมชาติ

จะได้ไม่เครียด และค่อยๆ  นำเสนอเหตุผลหรือแนวความคิดที่ได้ในรูปแบบการตั้งคำถามเพื่อ

ขอความคิดเห็นเพิ่มเติม หรือแลกเปลี่ยนกับหัวหน้างานด้วยกัน

วิธีที่แนะนำ   ท่านควรฟังข่าวทุกเช้าอย่างน้อย 30 นาที    อ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจราย

สัปดาห์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทสัมภาษณ์ผู้บริหารต่างๆ จะช่วยให้เรา

ฝึกคิดได้มากอย่ามัวแต่ฟังแต่เพลง ซีดีโปรด หรือชมวิวขณะเดินทาง คิดเรื่อยเปื่อย หรือคิดแต่

จิปาถะต่างๆ ซึ่งจะไม่เป็นการบริหารสมองท่านทุกวัน และควรหาเวลาเข้าร้านหนังสือเพื่ออ่าน

หนังสือที่ชอบและให้เวลากับหนังสือเกี่ยวกับการบริหารบ้าง สัปดาห์ละอย่างน้อย 2 ชั่วโมงเพื่อ

เป็นการเรียนลัดทักษะทางการบริหารและฝึกอ่าน ชีวิตเหมือนการเดินทาง การอ่านหนังสือคือ

การทำความรู้จักกับทางลัด (จะช่วยร่นเวลาในการเดินทางได้มาก)

จุดสำคัญและข้อควรระวัง

1.       อย่าฟังหรืออ่านแบบหูซ้ายทะลุหูขวา(ไม่คิด วิเคราะห์ตามไปด้วย)

2.       ทุกครั้งที่ฟังหรืออ่าน ให้แยกแยะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เพราะอะไร น่าจะมีอะไร

เกิน หรืออะไรขาดบ้าง มีเหตุผลสนับสนุนอย่างไร

3.       อย่าเชื่อทั้งหมด เพราะจะทำให้สมองของท่านจะทำงานเหมือนห้องเก็บของ

4.       อย่าค้านทั้งหมด เพราะจะทำให้ท่านมองในแง่ลบ

5.       อย่าจำตัวเลขแบบนกแก้ว เช่น 89,511.89  ให้จำเป็น 90,000  ยกเว้นเป็นตัวเลข

สำคัญมากๆ การจำเป็นตัวเลขกลมๆ และจำอัตราการเติบโตไว้ จะทำให้ข้อมูลของ

ท่านทันสมัยกว่า

6.       ให้นึกอยู่เสมอว่าข้อมูลที่เรามีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อย่ามั่นใจ

จนเกินเหตุ การนึกแบบนี้จะทำให้เรายืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดี ไม่ยึดติด

7.       แลกเปลี่ยนข่าวสาร ในแง่วิเคราะห์ มุมมอง ไม่ใช่ความจำ หรือตัวเลข

8.       เวลาเสนอความคิด หรือข้อเสนอแนะใดๆ ให้เสนอเป็นคนต้นๆ 1,2 หรือ 3

อย่ารอเสนอเป็นคนสุดท้าย (ยกเว้นเป็นเรื่องที่ท่านไม่มีข้อมูลเลย ให้เสนอเป็นคน

กลางๆ)เพื่อฝึกเป็นคนกล้าแสดงออก

9.       การนำเสนออย่าเน้นว่า วิธีนี้ดีกว่า หรือ วิธีนั้นไม่ได้ผล แต่ให้นำเสนอว่าวิธีนี้

มีจุดแข็ง คืออะไร แต่มีจุดใดหรือวิธีนี้ต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเพื่อตอบโจทย์ (อย่าทำ

ให้คนอื่นด้อยแต่ตัวเองเด่น)

8.        คำว่านอกกรอบ ไม่ใช่นอกเรื่อง นอกประเด็น แต่เป็นการดึงปัจจัยอื่นๆ มา

ประกอบประเด็น ให้มีมูลค่าสูงสุด หรือตอบโจทย์ได้ดีที่สุด กรอบของปัจจัยไม่จำกัด

9.        เวลาอ่านดู ฟัง คิด แลกเปลี่ยน วิเคราะห์  การตั้งคำถาม การตอบคำถาม ควรเน้น

ในเรื่องต่างๆ ที่เป็นแนวโน้ม จับโน่นผสมนี่บ้าง ในการตั้งคำถาม หรือคิด จะช่วยฝึก

สมองได้ดีมาก การตั้งคำถามจะช่วยฝึกแนวคิดได้อย่างดี ทำอย่างไร? น้ำหนักของปัจจัย

แตกต่างอย่างไร? เปรียบเทียบอย่างไร?

10.    กล้าลงมือนำแนวคิดมากำหนดเป็นแนวทาง และวิธีปฏิบัติ กล้าล้มเหลว และ

กล้าปรับปรุง และกล้าประกาศความสำเร็จ

11.    ให้เลือกที่จะรับรู้ แทนที่จะอวดรู้  อย่าพูดมากกว่าฟัง คนอื่นจะเบื่อผู้นำแบบ

 Talk Show แบบพระเอก หรือนางเอกขี่ม้าขาว

12.     อื่นๆ

 

ถ้าผู้ใดได้เป็นหัวหน้า อยากเป็นหัวหน้า หรืออยากก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือ

ความคิดไม่มีแนวคิดที่จะทำอย่างน้อยที่กล่าวมา คงจะมี Vision ไม่ได้ ผู้นำต้องสายตายาว

มองแนวโน้มได้ผู้นำองค์กรใหญ่วิเคราะห์แนวโน้มตลอดเวลาล่วงหน้า 5, 7, 10 ปี ซึงความมี

Vision ของหัวหน้างานระดับต้น และกลาง ทุกองค์กร ควรมีข้อมูล และสมองที่ฝึกฝนแล้วที่

จะวิเคราะห์แนวโน้มได้ล่วงหน้าได้อย่างน้อย 1 หรือ 2 ปี แนวโน้มที่หัวหน้าเห็นก็จะนำมาสอน

ลูกน้อง มาปรับปรุงงาน มาเชื่อมโยงหามูลค่าเพิ่ม สร้างนวัตกรรม  และพัฒนาตนเอง การที่จะ

เป็น Trend Setter หรือ Trend Follower จึงต้องมีการเรียนรู้ลัดล่วงหน้า ฝึกคิดสม่ำเสมอ แลก

เปลี่ยนแนวคิดและ มุมมอง หัดตั้งคำถามและตอบคำถามที่เป็นทั้งแนวคิดและวิธีปฏิบัติได้

 

                มีคำกล่าวว่า เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนเป็นผู้ใหญ่ได้ทุกคน แต่มีเพียงไม่กี่คนที่เป็นผู้หลัก

ได้ด้วย การเป็นผู้หลักจะต้องทำให้ครบ และสมดุลทั้ง 4 styles ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ต้อง

ฝึกฝนให้เป็นลักษณะนิสัย ซึ่งถือว่าจำเป็นอย่างยิ่ง และคนที่จะได้รับผลประโยชน์สูงที่สุดคือ

ตัวเราเองและครอบครัวฝึกปฏิบัติกันเถอะครับโดยเฉพาะหัวหน้าเลือดใหม่ หรือหนุ่มสาวไฟแรง

อนาคตจะได้โชติช่วงชัชวาลย์ไปนาน โปรดติดตามพื้นฐานที่ 2,3,4 นะครับ

 

                                                                                วีระ บุญญาดีวงศ์

                                                                 บริษัท โปรอัพ จำกัด 01-827-6434



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



ร่วมใจพัฒนา

ขงจื้อ พูดถึงคน 5 ระดับ article
"ตัวกลั่นกรองสามชั้น ทำให้หูหนักขึ้นเยอะ"
ภาพลักษณ์ พนักงานขายสำคัญมากนะ จะบอกให้ article
หัวใจของการทำงานมี 3 ดวง article
มารู้จักวิธีฝึกฝนเบื้องต้น สไตล์พัฒนา ของหัวหน้างาน article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล