ReadyPlanet.com
การเพิ่มศักยภาพในการทำงาน

                                                       

เมื่อเร็วๆ นี้ได้รับเชิญไปพูดคุยเพื่อบันทึกรายการ “หาเรื่องคุย” ในหัวข้อ ปลุกศักยภาพ 100% มีประเด็นที่น่าสนใจที่เล่าสู่กันฟังดังนี้
ตามทฤษฏีทางจิตใต้สำนึกพบว่า ศักยภาพจริงๆ ที่คนเรานำมาใช้จิตสำนึก 7% จิตใต้สำนึก 93% แม้ว่าเราใช้จิตสำนึกเพียง 7% และอาจจะมีหลายคนใช้น้อยกว่านี้อีก อาจเพียง 3 -5% แต่วันนี้จะไม่ได้คุยในแง่ของทฤษฏี แต่จะพูดหลักพฤติกรรมบางส่วนที่จะใช้ศักยภาพที่มีอยู่เดิมให้เพิ่มมากขึ้น
 
1.     ประเมินความเชื่อในเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว โดยใช้เทคนิค IPO Model
คือ Input Process Output
ถ้าคุณเชื่อว่าทำงานน้อยๆ จะได้ผลงานดีๆ แสดงว่า ความเชื่อนี้ไม่เน้น Process ซึ่งอาจทำให้คุณละเลยการปล่อยศักยภาพ ซึ่งอาจทำให้งานไม่ดีเท่าที่ควรได้ แต่ถ้าเราคิดว่า งานนี้ต้องใส่ใจในรายละเอียดต้องคาดการณ์ ศึกษาข้อมูลนำมาวางแผน และติดตามความคืบหน้าของแผนงาน และจุดเสี่ยงทุกขั้นตอน ความทุ่มเทในการทำงานของคุณ จะเปลี่ยนเป็นคนละเรื่อง และทักษะการเรียนรู้ หรือเทคนิคใหม่ๆ ก็จะไม่เกิด และไม่มีพลังพอที่จะนำศักยภาพในส่วนที่มีอยู่ในตัวแต่ละคนออกมา ความเชื่อต้องอยู่ที่ Process
 
2.     ไม่ว่างานจะสำเร็จ หรือล้มเหลว ทุกครั้งจะต้องมีการคิดแบบวงจร PDCA คือ วางแผน ลงมือปฏิบัติ ประเมิน และปรับปรุง การคิดแบบวงจรนี้ทำให้เราค้นพบ สาเหตุ หรือองค์ประกอบที่ทำให้ประสบความสำเร็จ และพบว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ล้มเหลว ถ้าเราได้สาเหตุทั้งสองส่วน เราจะได้ทักษะมากกว่าผู้อื่นอย่างน้อย 1 เท่าตัว เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดทบทวนในส่วนใด ส่วนหนึ่งเพียงอย่างเดียว
 
3.     พูดถึงโอกาสหรือความเป็นไปได้ก่อนข้อจำกัด การพูดถึงข้อจำกัดในทุกเรื่องก่อน แม้ว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่ผลกระทบจะเป็นการลดพลังในการขับเคลื่อนศักยภาพของเราทุกคน ด้วยเหตุเพราะว่าคนเราทุกคน โดยเฉพาะคนที่เป็นลูกจ้าง กินเงินเดือนจะให้ความสำคัญกับอารมณ์ ความรู้สึกค่อนข้างมาก พอเราเจออุปสรรคก็ทำให้ไม่อยากทำ หรือพลัดไปก่อน แต่ในขณะที่เราพูดถึงโอกาสจะเป็นการสร้างพลังแห่งความร่วมมือที่จะเห็นความสำเร็จหรือความเติบโตมั่นคงที่จะเกิดขึ้น ทำให้อุปสรรคใหญ่น้อยที่จะพบก็เป็นเพียงแค่ทางผ่านเท่านั้น
 
4.     ทำความเข้าใจเรื่องการคิดเชิงบวกใหม่  การคิดเชิงบวก หรือการมองโลกในแง่ดี มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการปลดปล่อยศักยภาพ แต่หลายคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า การมองในแง่ดี หมายถึงการมองแต่ข้อดี การมองแง่ลบหรือแง่ไม่ดี คือมองแต่ข้อเสีย ข้อจำกัด ซึ่งในความเป็นจริงนั้น หลักการของการมองเชิงบวก คือ 1. เพิ่ม หรือรักษาโอกาสหรือคุณค่าที่จะได้      2. ลดความเสี่ยงที่จะเกิด 3. ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะ  และ 4. มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ PDCA
5.     เรียนรู้ทุกวัน ถามหรือหาข้อมูลในเรื่องที่ไม่รู้ หรือยังรู้ไม่พอ เพราะทุกครั้งที่ได้เรียนรู้ เท่ากับเป็นการปลุกความพร้อมในการนำศักยภาพมาใช้ พลังจะเกิดจากการนำการเรียนรู้มาลงมือทำทุกครั้ง และทุกครั้งที่ลงมือทำ ศักยภาพจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกว่าทำไมคนที่ประสบความสำเร็จ มีธุรกิจมากมาย มีเงินมีทองมหาศาล จะติดใจกับเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะท่านเหล่านั้นค้นพบว่า ยิ่งเรียนรู้ยิ่งปลดปล่อยศักยภาพของตัวท่านเอง คุณค่าที่เกิดขึ้นก็จะเติบโต และยั่งยืน
 
   ศักยภาพทุกคนมีมาเต็ม 100 ตั้งแต่กำเนิด แต่คนจำนวนไม่น้อยที่พอใจแค่ใช้ศักยภาพ 3 – 5% เพราะคิดว่าเท่านี้ก็พออยู่ได้ ไม่ได้เบียดเบียนใคร แต่หารู้ไม่ว่า ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของมนุษย์นั้น ไม่ได้ให้ทำเท่าที่คุณอยากทำ แต่ความรับผิดชอบสูงสุดคือ ทำให้เต็มที่ตามศักยภาพที่เรามี ถ้าเราเข้าใจหน้าที่ดีแล้ว เราทุกคนจะรู้ได้โดยอัตโนมัติว่า ถึงเวลาต้องเพิ่มศักยภาพแล้ว
 
                                                                                    ด้วยความขอบคุณจากดวงใจ
                                                                                                วีระ บุญญาดีวงศ์ 080-073-6996



กิจกรรมที่ประทับใจ

วัฒนธรรมองค์กร คำตอบสุดท้ายสำหรับการแข่งขันทางธุรกิจ
การบริหารเวลา เคล็ดลับสุดยอด ของคนที่ประสบความสำเร็จ
ลูกน้องวันนี้ คือลูกพี่ในวันหน้า ถ้าไม่พัฒนาวันนี้ วันหน้าจะได้ลูกพี่ที่โตแต่ตัว
การได้ทีมที่เป็นทีมทำงาน คือการประสานพลังที่แท้จริง
การนำเสนอด้วยรูปภาพและกรณีศึกษา นำมาซึ่งความสามารถในการประยุกต์ใช้จริง
หัวใจของงานบริการ คือ การเต็มใจบริการต่อหัวใจที่คาดหวัง
อย่าปล่อยให้แรงบันดาลใจจากการทำกิจกรรมกลุ่ม หลุดลอยไป
การสอนงาน มากกว่าการสอนให้รู้หน้าที่ แต่เป็นการสอนให้รู้จักรับผิดชอบ
การสื่อสารที่ดีจะพัฒนาคน ทีม และองค์กร article
ความตื่นตัวในการพัฒนาหัวหน้างาน และลูกน้องระดับปฏิบัติการขององค์กร article
ความเข้าใจใหม่ๆ เกี่ยวกับลูกค้าวันนี้ที่ว่า "สำคัญกว่าพระเจ้า" article